เมนู

 

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 29/02/2012
ปรับปรุง 31/10/2019
สถิติผู้เข้าชม 1,797,430
Page Views 2,582,101
สินค้าทั้งหมด 1,563
 

หลวงปู่คำคะนิง จุลมณี

วัดถ้ำคูหาสวรรค์ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

         หลวงปู่คำคะนิง จุลมณี เป็นชาวบ้านคำม่วน ตำบลคำม่วน ประเทศลาว เกิดปี พ.ศ. 2437 บวชเป็นพระฤาษี พ.ศ.2471 อุปสมบทเป็นพระภิกษุ พ.ศ.2492 มรณภาพเมื่อเดือน เมษายน พ.ศ. 2527 สิริอายุ 91 ปี
           ก่อนที่จะบวชเป็นพระฤาษี ก็ถือศีลปฏิบัติธรรมเคร่งครัด ศึกษาวิชาจากพระอาจารย์ทีชื่อเสียงมาตลอด ครั้นถึงเวลาบวชเป็นพระฤาษีก็มุ่งเดินธุดงค์แสวงหาความเร้นลับ ศึกษาเวทย์วิทยาคมจากจากพระอาจารย์ที่โด่งดัง จากฆราวาสผู้มีวิชาเกรียงไกร ทั้งจากประเทศลาว ประเทศกัมพูชา และประเทศไทย เป็นสหธรรมิกกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโคจังหวัดพระนครศรีอยุทธยา หลวงปู่ได้พระคัมภีร์จากหลวงปู่รูปหนึ่งที่ภูเขาอีด่าง ในตำรานั้นประมวลพระคาถา สามารถย่นระยะทางได้ เดินบนผิวน้ำได้ เหาะเหินเดินอากาศได้ บันดาลฝนให้มีลมพายุแรงได้ ทำตัวให้หนักสามารถจมเรือลำใหญ่ๆได้ แต่คัมภีร์นี้แปลกมหัศจรรย์ที่สุดคือ ใครมีคัมภีร์ไว้ในครอบครอง เพียงแค่นึกคิดให้เกิดอะไรก็จะบังเกิดขึ้นในฉับพลันทันใดโดยไม่ต้องท่องพระคัมภีร์ หากใครคิดจะสวดพระคัมภีร์จะบังเกิดเหตุพายุฝน ฟ้าผ่าทันที ถือเป็นอัศจรรย์ยิ่ง
        พระมหากษัตริย์ลาวทรงอุปสมบทให้ ถือเป็นนาคหลวง เมื่อหลวงปู่คำคะนิง จุลมณี ไดพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์แล้ว ก็ได้เดินธุดงค์เดินมาทางใต้เขตนครจำปาสัก  โดยมาจำพรรษที่เขาภูด่าง ความเลื่อมใสศรัทธาของคนในประเทศลาว ได้แผ่ขยายออกไปอย่างกว้างขวางรวดเร็วมากจากหมู่บ้านรู้เข้าถึงตำบล จากตำบลก็รู้ถึงอำเภอ จากอำเภอก็รู้ถึงแขวง และแผ่ขยายไปทั่วประเทศลาว ประชาชนประเทศลาวจากทั่วทุกสารทิศต่างก็เดินทางมุ่งหน้าสู่ นครจำปาสัก
          ความได้ทราบถึง พระเจ้าศรีสว่างวัฒนา เป็นเจ้าเหนือชีวิตของประเทศลาว รวมทั้งพระญาติทั้งฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ ได้เสด็จมาที่เมืองปากเซ บนภูเขาอีด่างแขวงจำปาสัก เมื่อพระเจ้าศรีสว่างวัฒนา ได้พบกับหลวงปู่คำคะนิง จึงกล่าวถามว่า “ท่านเก่งมีอิทธิฤทธิ์มากหรือไร” หลวงปู่คำคะนิงตอบว่า “ไม่”เจ้าเหนือแห่งลาวก็ถามอีกว่า “ถ้าไม่เก่งแล้วทำไมคนถึงล่ำลือเลื่อมใสกันไปทั่วประเทศ”  หลวงปู่ก็ตอบว่า “ใครเป็นคนพูด” เจ้าเหนือหัวก็ตอบว่า “ก็ประชาชนทั้งประเทศน่ะซิ” หลวงปู่จึงตอบเจ้าเหนือหัวว่า “นั่นคนอื่นพูด แต่ตัวท่านไม่หลวงปู่ไม่ได้เป็นคนพูด”
          ผลสุดท้าย เจ้าเหนือชีวิตของประเทศลาว เกิดความเลื่อมใส กล่าวขอขมาที่ล่วงเกินแล้วเอ่ยปากขอหลวงปู่สักอย่างหนึ่งจากหลวงปู่จะได้ไหม หลวงปู่จึงตอบว่า ได้ เจ้าเหนือชีวิตของประเทศลาวบอกว่า “ขอปลงผมซึ่งยาวจนถึงเอวออกจะได้ไหม?” หลวงปู่คำคะนิงจึงตอบว่า “ได้ แต่ต้องบวชเป็นพระก่อน”  ในที่สุดก็ได้กำหนดวันอุปสมบท
        ในที่สุดเมื่อถึงวันอุปสมบท ทางสำนักพระราชวังได้จัดขึ้นโดยมีพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายเหนือ ฝ่ายใต้ พร้อมด้วยข้าราชการ ประชาชนแห่กันไปที่วัดหอเก่า นครจำปาสัก ในระหว่างที่จะปลงผมหลวงปู่นั้นได้เกิดฟ้าฝนพายุอย่างหนัก ฟ้าร้องสนั่นหวั่นไหว แต่ภายในบริเวณวัดหอเก่า ไม่มีเหตุร้ายใดเกิดขึ้นเลย มีแต่ท้องฟ้าที่สว่างไสวงดงาม พระอาทิตย์ทรงกลด น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ทุกคนได้เห็นความมหัศจรรย์ทั่วกัน ข้าราชการและประชาชนต่างนำผ้าไหม แพรทองมาปูรองรับเส้นผมของหลวงปู่กันเนืองแน่นไปทั่วบริเวณวัดและนอกวัด
        ครั้นถึงเวลาอุปสมบทก็มีพระสงฆ์ราชาคณะ พร้อมพระสังฆราชเสด็จมาเป็นองค์ประธานฝ่ายสงฆ์และพระเถรานุเถระผู้อาวุโส รวมทั้งสิ้น 28 รูป เมื่ออุปสมบทแล้วหลวงปู่ได้จำพรรษาที่ภูอีด่างอีกระยะหนึ่ง หลังจากนั้นได้หนีออกมาโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าหลวงปู่ไปอยู่ที่ไหน
         จากนั้นท่านธุดงค์บุกเมืองพญานาค พบพญานาคแสดงอิทธิฤทธิ์ เห็นพญานาคต่อสู้กับพญานาค เรียกว่าฤทธิ์ปราบฤทธิ์ ไปเจอถ้ำมืดของชาวบังบด ค้นหาด้วยฌาน พบคำสอนของพุทธองค์ว่า “ธรรมย่อมรักษา” ศึกษาเรื่องคำว่า “พุทโธคุ้มตัว” นอกจากนั้นยังได้ลงอุโมงค์ใต้แม่น้ำโขง เห็นสิ่งอัศจรรย์ในเมืองใต้ภิภพ พบกับมนุษย์นาคราช ขึ้นจากบาดาลพบดาบสฤาษี ธุดงควัตรไปแก่งหลี่ผี พบเหล็กไหล แต่ไม่เอาเพราะไม่ทำให้ท่านหลุดพ้น เผชิญกับเสือร้าย สัตว์ป่านานชนิด ทั้งหมดก็ยอมสยบให้หลวงปู่หมด โดยไม่เคยถูกทำร้าย เห็นเงาจิตใน ทิพภูมิ พบศาลาพันห้องในจิตวิญญาณเป็นศาลาแห่งโลกวิญญาณ มีถนนใหญ่กว้าง 8,000 วา มุ่งตรงสู่ศาลากว่า 8 สาย ไปพบสระอันเป็นขุมนรกของผู้กระทำบาปหนัก ชมนรกในสมาธิ
          ขณะสิริอายุย่าง 91 ปี หลวงปู่คำคะนิง จุลมณี ได้สนทนาให้ธรรมะแด่ศิษย์ 2 รูปที่ใกล้ชิด คือ พระอาจารย์ทองสา คำแฝง และพระสุธี ธาตุเหล็ก ให้ดำเนินจัดสร้างวัตถุมงคลขึ้นในต้นปี พ.ศ. 2527  โดยบอกเป็นนัยว่า “จะได้มีอนุสติเพื่อระลึกถึงพระเดชพระคุณหลวงปู่ในยามจากไป” ลูกศิษย์เอกทั้ง 2 จึงได้จัดสร้างเหรียญ และพระผงขึ้นเป็นรุ่น 1 ครั้นวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2527 หลวงปู่คำคะนิงก็ละสังขารอย่างสงบ  สรีะร่างของหลวงปู่คำคะนิงได้รับการอัญเชิญอยู่บนแท่นอันสมควร ณ ถ้ำคูหาสวรรค์ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี


          

          


  Copyright 2005-2012 www.buddha-amulet.com All rights reserved.
view